จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บุญ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บุญ แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2559

อย่า!...บิดเบือน...แก่นแท้ของมนุษย์...!!!

...มนุษย์เกิดมาทำไม?...

เป็นคำถามที่คงคุ้นเคยกันดี แล้วแท้ที่จริงคำตอบควรจะเป็นเช่นไร...?
ถามตัวเองแล้วตอบตัวเองให้ได้
โดยไม่ต้องสนใจคำตอบของคนอื่น
  1. อารมณ์ดีก็ตอบแบบนึง
  2. อารมณ์เสียก็ตอบแบบนึง
  3. ประสบความสำเร็จก็ตอบอีกแบบ
  4. แล้วถ้าล้มเหลวล่ะ จะตอบแบบไหน?
ถ้าปราศจากหลักยึดเสียแล้ว มันก็จะแกว่งไปตามอารมณ์ แน่นอนเหลือเกินว่ามันผิด...!!!
มนุษย์เกิดมาจากบุญ เกิดมาเพื่อสร้างบุญ ให้ก้าวสูงขึ้นไป... แต่สำหรับคนที่เราเห็นกันทั่วไป เขามักจะบิดเบือนความเป็นมนุษย์ ด้วยน้ำมือของตนเองแทบทั้งสิ้น
อวิชชา คือความไม่รู้นั่นก็หนึ่ง ไหนจะกิเลส ตัณหาและอุปาทานอีกเล่า ล้วนแต่ร่วมด้วยช่วยกันจองกฐิน เดินทางกลับนรก เสียเวลาไปอีก 1 ชาติ โดยที่โทษใครไม่ได้ นอกจากตัวเอง
มีแต่มนุษย์ที่ตื่นแล้วเท่านั้น ที่จะตอบคำถามนี้ได้ว่า...มนุษย์เกิดมาทำไม?...!!





วันอาทิตย์ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2558

บำเพ็ญบุญ...พระกรรมฐาน...อานิสงส์ไม่มีประมาณ...!!!

เมื่อปี พ.ศ. 2504 หลวงพ่อพระราชพรหมยาน (หลวงพ่อฤาษีลิงดำ) ท่านได้ไปเทศน์ที่ิอำเภอสรรค์บุรี จังหวัดชัยนาท มีตาอะไรสักคน เมื่อเวลาที่หลวงพ่อท่านไปอยู่ที่กรุงเทพ น่าจะหมายถึงที่ซอยสายลม ตาคนนี้ก็จะมาอยู่ด้วยตลอด ถ้าหลวงพ่อท่านยังอยู่ ตาคนนี้ก็ยังอยู่ประมาณนั้น...ตอนเช้าแกก็เอาข้าวต้ม เวลาเพลก็ข้าวสวย โดยให้ลูกสาวของแกมาเป็นคนถวายให้หลวงพ่อ แต่แกก็มาอยู่ด้วยทุกครั้ง

หลวงพ่อท่านเล่าว่า...ครั้นเมื่อตาคนนี้ตายไปแล้ว ลูกสาวก็มาหาหลวงพ่อที่กรุงเทพ บอกว่าอยากจะทำศพพ่อ และบวชน้องชายในวันเดียวกัน โดยอยากจะให้หลวงพ่อท่านเป็นประธาน...หลวงพ่อท่านก็เลยบอกไปว่า จะเป็นประธานให้ก็ได้ แต่ในงานนั้นห้ามมีการทำบาปแม้แต่นิดเดียว จะเป็นไข่ลูกหนึ่งก็ห้ามทุบ!...หลวงพ่อท่านอธิบายในข้อนี้ว่า ถึงแม้ใครๆเขาจะบอกว่าไข่ไม่มีตัว แต่ยังไงเสียใจมันก็ไม่สบาย...แล้วในเวลางานให้จัดหาคนมาต้อนรับแขกเหรื่อที่มาร่วมงานแทนตัวเองซะ จะได้ไม่มีความกังวล เมื่อเวลาที่พระให้ศีล ต้องรับศีลให้จบ และต้องตั้งใจรับศีลด้วยความเคารพ ตอนพระสวดก็ต้องตั้งใจฟังด้วยความเคารพ รวมถึงเมื่อเวลาถวายทานก็เช่นเดียวกัน...เธอผู้นั้นก็รับปากหลวงพ่อ และเมื่อถึงวันงาน ทุกอย่างเรียบร้อยเหมือนที่ได้รับปากกับหลวงพ่อไว้ ตอนเช้าบวชน้องชาย ตอนสายก็ชักศพขึ้นศาลา ตอนเพลเลี้ยงพระ 30 กว่าองค์ ก็เลยเป็นสังฆทาน แล้วก็เป็นสังฆทานเต็มอัตรา มีการถวายผ้าสบง ผ้าไตรจีวร....

ในขณะที่พระรูปหนึ่งกำลังเทศนาให้ญาติโยมได้ฟังอยู่นั้น หลวงพ่อท่านเล่าว่า ท่านก็นึกถึงผู้ตายขึ้นมา ภาพที่ผู้ตายเป็นคนดี เหล้ายาปลาปิ้งก็ไม่ยุ่งไม่เอา แต่ก็เป็นในระยะ 10 ปีสุดท้ายก่อนที่จะตายลง สำหรับก่อนหน้านั้น หลวงพ่อท่านก็เปรียบให้ฟังว่า..."เหมือนโจรกลับใจ"...หลวงพ่อท่านก็พยายามที่จะมองหาดวงจิตของผู้ตาย ก็ไม่เห็นจะมาในงาน ท่านก็เลยนึกไปถึง ท้าวมหาราช ก็เลยถามไปว่า บัดนี้ดวงจิตของผู้ตายไปอยู่เสียที่ไหน ...ท้าวมหาราชจึงให้ลูกน้องไปตามมา...หลวงพ่อท่านได้อธิบายเสริมให้ว่า ดวงจิตของผู้ตายอาจจะกำลังเสวยทุกขเวทนาอยู่ การที่ไปเรียกเขาเฉยๆคงไม่ได้ เพราะเราไม่มีสิทธิ์ ...เมื่อผ่านไปสักครู่ลูกน้องของท่านท้าวมหาราชก็ได้นำดวงจิตของผู้ตายมา...ดวงจิตมีหน้าตาที่เศร้าหมอง เต็มไปด้วยความทุกข์ มานั่งข้างธรรมาสน์ เรียกยังไงก็ไม่เงยหน้า นั่งเฉย...

หลวงพ่อท่านจึงเอ่ยถามคนที่คุมมาว่า "ทำไมเป็นอย่างนี้?"...
มีเสียงตอบกลับมาว่า "กรรมมันหนักครับ"...
หลวงพ่อท่านถามต่อ "คนนี้เขาตัดสินแล้วหรือยังล่ะ?"...
"ยังครับ"...ยังรอการตัดสิน

หลวงพ่อท่านก็อธิบายเสริมอีกว่า ถ้าเขาตัดสินแล้ว เราไม่มีสิทธิ์เหมือนกัน ถ้าลงขุมไปแล้ว ไม่มีสิทธิ์ รอการตัดสินในเมืองนั้น 50 ปี ของเรา เท่ากับ 1 วันของเขา...แกพึ่งตายไปไม่นาน เดิมแก่ชั่วจริง แต่ปลายมือแกดี ชั่วกับดีมันก้ำกึ่งกัน จะลงนรก หรือขึ้นสวรรค์เลยทีเดียวไม่ได้ ต้องสอบสวนก่อน
คนที่คุมแกมา เอ่ยถามหลวงพ่อขึ้น "วันนี้ลูกสาวทำอะไรให้บ้างครับ?"...
หลวงพ่อท่านตอบกลับไปว่า "มีบวชน้องชาย ถวายสังฆทาน เลี้ยงพระบังสกุลเสร็จเรียบร้อย บุญใหญ่ทั้งหมด...ทำไมโมทนาไม่ได้?"...หลวงพ่อท่านถามกลับ
เขาตอบมาว่า "ไม่มีสิทธิ์โมทนา...เพราะกรรมหนัก!"...
"ต้องทำบุญอะไรเล่า...เขาถึงจะได้?"...หลวงพ่อท่านถามต่อ
หลวงพ่อท่านเล่าว่า เมื่อถามจบ ผู้คุมก็ชี้มือมาที่หลวงพ่อ เขาบอกว่า "บุญพระกรรมฐานของท่าน...ช่วยได้!"...หลวงพ่อท่านก็บอกว่า "งั้นดีเลย"...."บุญที่เขาทำมาก่อน กับบุญในเวลานี้ จะรวมตัวกันหรือไม่?"...เขาตอบว่า "รวมตัวครับ"...

หลวงพ่อท่านก็เลยตั้งจิตอธิษฐานว่าดังนี้..."เอ้า!...นายกิ่ม (ชื่อผู้ตาย) ตั้งใจฟัง!...บุญใดที่ฉันเคยบำเพ็ญมาแล้ว ตั้งแต่ต้นจนกระทั่งปัจจุบันนี้ ผลบุญทั้งหมดที่ฉันทำมา จะให้ประโยชน์แก่ฉันเพียงใด ขอเธอจงโมทนารับผลบุญเช่นเดียวกับฉัน ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป"...เท่านั้นล่ะ โซ่ที่คล้องมือ คล้องคอตั้งแต่แรก หลุดออกเองโดยไม่มีใครไปปลด ตากิ่มก้มกราบหลวงพ่อ พอกราบครั้งที่ 3 เงยหน้าขึ้นมา...สวยอร่ามเป็นเทวดาเลย เพราะเป็นบุญที่ลูกสาวของแกกำลังทำให้ บวกกับบุญเก่าของแกเอง เข้ามารวมตัวกัน หลวงพ่อท่านบอกว่า เมื่อได้บุญอย่างใดอย่างหนึ่งเข้าไป บุญก็รวมตัวกันหมด...

เจ้าคนที่คุมตากิ่มเมื่อเห็นดังนั้น ก็เลยเอ่ยปากบอกกับหลวงพ่อว่า..."ท่านครับ!...ผมก็อยากได้เหมือนกัน"...หลวงพ่อท่านก็เลยเย้าว่า..."แกเป็นผู้คุม...แกสบายแล้ว"...
"ผมไม่สบายหรอกครับ ต้องทำงานไม่มีวันหยุด เหน็ดเหนื่อยเรื่อยๆ"...ผู้คุมกราบเรียนหลวงพ่อ
"พระยายมจะไม่เล่นงานข้าหรือ?"...หลวงพ่อถาม
"ไม่หรอกครับ...ผมมีสิทธิ์ครับ"...เขาตอบ
ถ้ามีสิทธิ์!...ก็เอา หลวงพ่อท่านบอกให้ตั้งใจโมทนา...หลังจากโมทนาจบ ก็สวยเช๊ง เป็นเทวดา เหมือนตากิ่ม...



หลวงพ่อท่านจึงสรุปให้ฟังว่า "อานิสงส์แห่งการเจริญพระกรรมฐาน ถ้าเราจะทำบุญให้แก่คนตาย อันนี้มีประโยชน์มาก ประโยชน์ที่จะได้แก่คนตาย ก็หมายถึงว่า ประโยชน์นั้นมันจะต้องถึงเราก่อน ไม่ใช่คนตายจะมีโอกาสมาโมทนาเฉยๆ เราต้องเป็นผู้ให้เขาจึงจะได้รับ...นี่แหละเรื่องของบุญ...!!!"

ที่มา : หนังสือรวมคำสอน...หลวงพ่อพระราชพรหมยาน
นำเสนอโดย :
http://dharmaishere.blogspot.com
https://www.facebook.com/kanlakraung1.sport
https://www.facebook.com/kanlakraung1.story




วันพฤหัสบดีที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2558

เดรัจฉาน...ทำบุญไม่ได้...แน่หรือ?...!!!

ถ้าบังเอิญ...ไปได้ฟังใครเขาพูดว่า สัตว์เดรัจฉานทำบุญไม่ได้นั้น...ไม่จริง!!!  ตัวอย่างเช่น " เอราวัณเทพบุตร " ท่านเป็นช้างของพระอินทร์ โดยในสมัยที่เป็นมาฆะมานพ ใช้แบกไม้ ดึงไม้ ลากไม้ เอาไปสร้างศาลาเป็นสาธารณะ ตายจากความเป็นช้างไปเกิดเป็นเทวดาบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์เทวโลก มีนามว่า " เอราวัณเทพบุตร "

โกตุหริกะ... คนยากจนหนีภัยโรคระบาดไปสู่บ้านกฎุมพี ขอข้าวเขากิน ท่านกฎุมพีให้คนรับใช้เอาอาหารมาให้ 2 ส่วน โดยเป็นของโกตุหริกะส่วนหนึ่งและภรรยาอีกส่วนหนึ่ง ภรรยาให้สามีคือ โกตุหริกะกินก่อนและเมื่อเห็นสามีกินหมดชามแล้วยังไม่พอ เธอก็ส่งส่วนของเธอให้กินอีก ขณะที่กินข้าวอยู่นั้น มีสุนัขตัวเมียที่ท่านกฎุมพีเลี้ยงไว้อย่างใกล้ชิด และท่านก็กำลังกินข้าวอยู่ โดยกินข้าวที่เรียกกันว่า "มธุปายาส" ซึ่งมีราคาแพงมาก ท่านได้แบ่งใส่จานให้หมาตัวเมียซึ่งกำลังหมอบอยู่ใกล้ๆท่าน  โกตุหริกะคิดในใจว่า หมาตัวนี้มันโชคดีกว่าเราซึ่งเป็นคนมาก คำว่าข้าวมธุปายาสแม้แต่เศษของเล็บข้ายังไม่เคยได้สัมผัส เขานึกในใจว่าหมาตัวนี้ช่างมีบุญเหลือเกิน พอข้าวหมดชามอาการของลมก็กำเริบขึ้น แสดงว่าอาหารไม่ย่อย สุดท้ายขาดใจตายลงในเวลานั้น  เมื่อเขาขาดใจตายไปแล้ว จิต หรือที่เรียกอีกอย่างว่า อทิสสมานกาย ไม่ได้ตายไปด้วย เมื่อลมหายใจหมดไปปั๊บ จิตมันก็ออกจากร่างเข้าสู่ครรภ์ของนางสุนัขทันที ไม่นานก็คลอดออกมาเป็นหมาโทน การที่ตายจากคนไปเกิดเป็นสุนัข สุนัขประเภทนี้จะรู้ภาษาคนได้ดีมาก

yutjoke.blogspot.com


องค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า ตรัสต่อไปว่า หลังจากที่เขาเกิดเป็นสุนัขแล้ว เป็นสุนัขแสนรู้ที่ท่านคหบดีรักมาก เวลาที่จะไปนิมนต์ พระปัจเจกพุทธเจ้า ก็นำสุนัขแสนรู้ตัวนี้ไปด้วย บางคราวก็ใช้สุนัขตัวนี้ไปนิมนต์แทน การนิมนต์ของสุนัขก็ใช้อาการ เห่าบ้าง หอนบ้าง เพื่อแสดงสัญญาณ จุดใดที่เคยเห็นท่านเศรษฐี คิดว่าจะมีสัตว์ร้ายอาศัยอยู่ จะตีพุ่มไม้ก่อนเพื่อให้มันหนีไป สุนัขตัวนี้ก็จำไว้ แล้วพอมีโอกาสได้ตามหลังท่านเศรษฐีไป เมื่อถึงบริเวณนั้นก็เห่าบ้าง หอนบ้าง เป็นการกระโชกให้สัตว์ร้ายนั้นหนีไป

ต่อมาเมื่อเวลาใกล้เข้าพรรษา พระปัจเจกพุทธเจ้า ก็ไปลาท่านคหบดี ขอไปจำพรรษาที่ภูเขาคันธมาส สุนัขตัวนี้มันรักพระปัจเจกพุทธเจ้ามาก มองดูพระปัจเจกพุทธเจ้าเหาะไป พอพ้นสายตาของมัน มันก็ขาดใจตายทันที พอดีกับวาระของชีวิตเข้ามาถึง อาศัยที่มีความเคารพรักจริงในพระปัจเจกพุทธเจ้า จึงบันดาลให้ไปเกิดเป็นเทวดาบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์เทวโลกมีนามว่า "โฆษกเทพบุตร"

"รวมความว่าสัตว์เดรัจฉานก็ทำบุญได้ เทวดาหรือ พรหมก็ทำบุญได้...!!!"