จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ความรัก แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ความรัก แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2559

ความรัก..กับการเก็บเห็ด!!!

มีมั้ย!! ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยรักใคร
อย่างซวยคือ...ไม่มีใครรัก!
อายุมันสั้นนะมนุษย์เนี่ย...@^_^@
เดี๋ยวจะเหมือนกับการเก็บเห็ด
 ยังไงน่ะเหรอ????

เห็ดโคนป่าหลายสิบดอกขึ้นสะพรั่งเชียว
ดวงอาทิตย์ใกล้ลับขอบฟ้าเป็นที
พรุ่งนี้ละนะฉันจะมาเก็บแต่เช้า
เห็ดโคนชั้นดีโลละครึ่งพัน
เหลือให้ดูต่างหน้าคือรอยเท้าชาวบ้าน
เชื่องช้า... หมาคาบเอาไปแดก
ใครคนหนึ่งสบถตรงๆออกมาเลยเหอะ
 "ความรักและการเก็บเห็ด"
เขาว่าอย่าช้า...เดี๋ยวอด...!!!



วันจันทร์ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2558

เมื่อความหมายหนึ่งของ "ความรัก"...คือความสวยงาม...!!!

ความรัก...บางครั้งมันค่อยๆสะสมขึ้นทีละน้อย
แต่ในบางครั้ง...ก็เกิดขึ้นรวดเร็วมากจนน่าตกใจ
มันเป็นความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย...แต่ไม่ว่าจะช้าหรือเร็ว
ความรักย่อมสวยงามเสมอ...
ทุกคู่รักตามความเชื่อทางพุทธศาสนา...
คือ...คนที่ได้สร้างกรรมร่วมกันมา...และในความเป็นไปได้
การประสบพบเจอคู่ของตนอาจมีมากกว่าหนึ่ง...
โดยมีแรงเหวี่ยงของกรรมนั่นแหละเป็นหัวใจสำคัญ...
ดังเรื่องย่อเรื่องหนึ่งที่จะเล่าให้ฟัง...ดังต่อไปนี้
มีคู่รักคู่หนึ่งซึ่งรักกันมากมาย...สะสมบารมีร่วมกันมานานแสนนาน
ทุกคู่รักย่อมผ่านความไม่เข้าใจด้วยกันทั้งนั้น...จนในที่สุด...
ทั้งฝ่ายชายและหญิงก็ได้ลั่นวาจาว่า..."จะไม่ขออยู่ร่วมกันอีก"
ทั้งๆที่หัวใจทั้งสองดวงมีความรักให้กันอย่างเปี่ยมล้นก็ตาม
ด้วยแรงปรารถนาที่พลั้งปากด้วยทิฐิต่างคนต่างร่อนเร่ไปเกิด
ดวงจิตที่มีกรรมผูกพันด้วยความรัก...หลบอย่างไรก็ไม่พ้น
ทั้งคู่ได้พบกัน...แค่มองตาก็รู้ใจ ข้อมูลเก่าๆได้พรั่งพรูออกมา...
แต่เขาและเธอไม่อาจใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันได้...ทั้งๆที่รักกันที่สุด
ความเศร้าย่อมมีหากแต่ความสวยงามของความรักมักสูงค่ากว่า
เขาและเธอจึงจับมือกันเพื่อก้าวต่อไปข้างหน้า...ให้สูงขึ้นไป
ด้วยพลังของความรักอันบริสุทธิ์และสวยงาม...!!!

วันอังคารที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2558

เมื่อความรัก...ไม่ใช่สิ่งที่เห็น...!!!

ภาพบางภาพที่ปรากฏแก่สายตา...
มันอาจไม่มีค่าเลยในความรู้สึก...เมื่อภาพนั้นหายไป
แต่กับบางภาพ...ที่ไม่เคยปรากฏแก่สายตามาก่อน
กลับมากมายความรู้สึกยิ่งนัก...เมื่อภาพนั้นมาปรากฏ
ใครคนนั้นก็เป็นเช่นภาพหนึ่ง...
ส่วนใครอีกคนหนึ่งก็เป็นดังเช่นอีกภาพนั้น...
บางครั้งภาพที่ถูกมอง...ไม่สามารถอธิบายความรู้สึกภายในได้
แต่ความรู้สึกภายในสามารถอธิบายภาพที่ถูกมองได้อย่างชัดเจน
ความรัก มันคือความรู้สึกรัก อาจไม่ใช่สิ่งที่เห็นและเป็นอยู่...
หมดรัก กับ มีรัก...มันจึงถูกซ่อนเอาไว้ในส่วนที่ยากจะค้นหา
เรือแห่งความรักลำน้อยล่องลอยตามกระแสน้ำ...
ไปในทิศทางเดียวกัน...
ย่อมไม่ล้าและเหนื่อยอ่อนเหมือนลอยทวนน้ำ
เมื่อภาพแห่งความรู้สึกปรากฏชัดขึ้นเมื่อใด...
เมื่อนั้น...เราจะได้คำตอบว่าความรัก...
ไม่ใช่แค่เพียง...สิ่งที่เห็น...!!!

http://dharmaishere.blogspot.com



วันพุธที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

ความรัก...ความสุข...ใช่ หรือ ชอบ ตอบกันเอง...!!!

คนบางคนเหมาะที่เกิดมาเพื่อให้เรารัก แต่ไม่เหมาะที่จะร่วมชีวิตด้วย
ความรักอย่างเดียวมันจึงไม่ใช่คำตอบสุดท้าย
เมื่อได้คบกับใครแล้วต้องรู้สึกเหนื่อย...
นั่นคงไม่ใช่...!!!
การเดินทางที่แสนยาวไกลไปพร้อมๆกัน
ถ้าปราศจากหัวใจที่มีความสุข
มันก็ยากที่จะไปต่อ
ความรัก...จึงเป็นแค่จุดเริ่มต้นของการเดินทาง
ความสุขต่างหากที่เราใฝ่หา
ของที่ชอบ อาจจะไม่ใช่
ของที่ใช่ อาจจะไม่ชอบ
ความรู้สึกที่แท้จริงนั่นแหละ...มีคำตอบให้
จะเลือก...ความรัก หรือ ความสุข...จะใช่ หรือ จะชอบ
ต้องตอบกันเอาเอง...!!!

http://dharmaishere.blogspot.com


วันอังคารที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

ความรักมิใช่เรื่องบังเอิญ...แต่มันเกินความเข้าใจ...!!!

มีคนเคยกล่าวเอาไว้ว่า...เรื่อง “ความรัก” ไม่มีคำว่าถูกและผิด
คุณไม่ผิดเลย … ที่ไปรักใครคนนั้น
และใครคนนั้นก็คงไม่ผิดเช่นกัน … ที่ไม่ได้รักคุณ
ในทางกลับกัน …
คุณไม่ผิดที่ไม่ได้รักใครคนนั้น
และใครคนนั้นก็ไม่ผิดที่มารักคุณเช่นกัน
หาใช่ความบังเอิญ...ที่มีเหตุและผลเช่นนี้
หากมันเกินความเข้าใจ...ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น
คุณ และ ใครๆอีกมากมาย...ต่างได้เคยลิ้มรส...
ความมหัศจรรย์เช่นที่กล่าวนี้...แต่ไม่เคยหาคำตอบได้สักที
ว่าความรักที่มี...มันคือความบังเอิญ?...!!!

http://dharmaishere.blogspot.com

วันจันทร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

จุดสลบของความรัก...คือจุดแตกหักของคำว่า "แฟน"...!!!

อดีต คือ คนแปลกหน้า
ปัจจุบัน คือ เงา...เราเรียกว่า "แฟน"...
เมื่อคน 2 คนมาจากคนละที่...
เดินอยู่บนเส้นทางแห่งความรู้สึก...ร่วมกัน
ย่อมจะมีการกระทบกระทั่งกันบ้าง...เป็นเรื่องธรรมดา
ลิ้นกับฟันในปากของเราแท้ๆ...บางครั้งยังมีการผิดคิว
การได้พบกันของใครบางคน...ดูดุจราวปาฏิหาริย์
แต่การจะได้ไปต่อหรือไม่...คือความเข้าใจล้วนๆ
หลายคู่...เริ่มนับได้เพียงแค่หนึ่ง...ก็ต้องลาลับ
ชายทาง หญิงทาง...ไปไม่รอด
ความไว้เนื้อเชื่อใจซึ่งกันและกัน คือ ส่วนสำคัญที่สุด
แสดงออกถึงความตรงไปตรงมา ไม่มีหมกเม็ด...
ความมั่นใจในคู่ของเรา...จะเป็นแนวอาณาเขตกันไฟได้ดีที่สุด
ไม่ให้ลามไปถึง..."จุดสลบของความรัก"...
เพื่อป้องกัน "การแตกหัก"...ของคำว่า "แฟน"...

http://dharmaishere.blogspot.com






วันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

เมื่อรักโดนทำลาย...ด้วยความไม่เชื่อ...!!!

          ในวันนั้น...เธอได้ทำลายความเชื่อของฉันไปจนหมดสิ้น
          แต่วันนี้เธอกลับมาถามหาความรัก
          จากคนที่ครั้งหนึ่ง...เธอเคยทิ้งไป
          สาวสวยมากมายที่รุมล้อมเธอในตอนนี้
          ยังไม่เพียงพออีกหรือ?...
          ทำไมถึงพูดว่าไม่มีอะไร...ในเมื่อภาพที่เห็นอยู่ตรงหน้า
          มันคือ...คำตอบสำหรับฉัน...
          เรายังคงเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันได้...แต่จะให้ฉันกลับไป
          คงไม่มีวันนั้น...มันเจ็บเกินไปที่จะหวนคืน
          ความรักของฉันได้ถูกทำลายไปสิ้น
          จากความเชื่อของฉัน...ทั้งๆที่มัน...ไม่มีอยู่จริง...!!!


http://dharmaishere.blogspot.com

วันพุธที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

รัก ๆ...เลิก ๆ...มันส์ดีว่ะ...!!!

                   
              ความรักในโลกออนไลน์มันจับต้องไม่ได้ก็จริงอยู่
              แต่มันก็สร้างความเสียว...ซ่าน ผ่านหัวใจดวงน้อย
              ของเราได้เหมือนกันนะครับ.....

              คุยกันไป คุยกันมา ทุกๆวันเข้า...เฮ้ย! มันรักกันจริงๆเว้ย
              ทะเลาะกันก็ทะเลาะกันจริงๆ...ในแบบที่ไม่ต้องเห็นหน้า
              มันก็แปลกดี.....

              ทะเลาะกันก็...บอกเลิกกันซะงั้น!...แล้วพอต่างคนต่าง
              อารมณ์เย็นลงแล้วก็กลับมาคุยกันต่อ...ก็มีเท่านี้...ไม่เห็น
              ต้องมีอะไรมากมายก่ายกองต้องนั่งปวดหมอง...

              รัก ๆ เลิก ๆ ...มันก็ให้รสชาดประหลาดดี อันว่าความรัก
              มันออกแบบไม่ได้นี่เน๊อะ สไตล์ใครสไตล์มัน...หนุกพิลึก!
              ความสุข ปน ความเศร้า แบ่งๆกันไป ต่างคนต่างเรียนรู้ซึ่ง
              กันและกัน...บอกได้คำเดียว...มันส์ดีว่ะ...!!!
              
http://dharmaishere.blogspot.com

              

วันพฤหัสบดีที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2558

ความรักเอย...สมหวัง ผิดหวัง...เป็นของคู่โลก...!!!

          วันนี้จะมาคุยเรื่องความรักของหนุ่มสาวสักเล็กน้อย...จากที่เคยหงอยเหงาเศร้าซึมก็กลับมากระปี้กระเป่า กระชุ่มกระชวย...เมื่อแรกเริ่มมีความรัก ความต้องการอยากสวย อยากหล่อมักจะเกิดขึ้นมาทันใด จริงอ่ะป่าว...ผู้เขียนไม่ใช่กูรูทางด้าน "ความรัก" นี้หรอกนะครับ แค่เอาบางสิ่งบางอย่างที่เป็นประสบการณ์นำออกมาเล่าสู่กันฟัง จะได้ผลมากน้อยแค่ไหนก็เป็นเรื่องของคนอ่าน ไม่ใช่เรื่องของผู้เขียน...อ่านถึงตรงนี้ ถ้าคิดเป็น  มันจะคิดออก...หรืออาจจะว่าผู้เขียนกวนTeen ก็ได้เหมือนกัน...อิอิ...หลายท่านคงเคยได้ยินได้ฟังกันมาบ้างล่ะมั้งว่า "เวลารักใครให้รู้จักเผื่อใจเอาไว้บ้าง ป้องกันความผิดหวัง"...เวลาปฏิบัติมีใครเผื่อใจเอาไว้มั้ย?...ผู้เขียนเชื่อว่าม่ายมี...ทุกคนเมื่อมีความรัก เราก็ใส่มันสุดๆทั้งนั้นแหละ ลืมไปเลยกับประโยคที่เขาสอนเขาเตือนกันไว้...เมื่อเกิดความรักมันไม่สมหวังดังใจคิดล่ะ...แล้วเราจะทำยังไง?...ก็เสียใจไปซิ ร้องไห้ไปซิ...ไม่มีใครเขาห้ามนิ...มันก็เสียใจ ก็ร้องไห้ด้วยกันทั้งนั้นแหละ แต่ต้องรู้จักพอนะจ๊ะ...!!!

http://dharmaishere.blogspot.com


ไม่ว่าสิ่งที่มันเกิดขึ้นใครจะเป็นคนผิดคนถูก ก็ช่างมัน ไม่มีประโยชน์อะไรจะไปนั่งหา เพราะเรื่องราวมันได้เกิดขึ้นมาแล้ว...ผู้เขียนเอาประสบการณ์ของตัวผู้เขียนเองมาพูด จึงไม่ผิด เพราะมันเกิดกับผู้เขียน ผู้เขียนก็ทำแบบนั้นแหละ...ความผิดหวังเสียใจ เสียน้ำตามันย่อมเกิดขึ้นได้เสมอครับ อย่าไปห้ามมัน ให้มันผ่องถ่ายออกมาบ้าง แต่ความสำคัญคือ คุณต้องเรียนรู้มัน อยู่กับมันไปสักระยะ พิจารณาความเสียใจนั้นไป แล้วคุณจะเห็นว่ามันก็แค่นั้นเอง...ผู้เขียนอยากให้คิดมุมกลับ มองไปยังคนที่ทำให้คุณต้องเศร้า มองเขา แล้วพิจารณา เขาย่อมมีเหตุผลในการเลิกลากับคุณ เหตุผลอะไรก็ช่าง อย่าไปสนใจ แต่เหตุผลนั้นคงทำให้เขาคนนั้นมีความสุข ความสบายใจ ถ้าคุณมีความรักในตัวเขาคนนั้นมากพอ คุณควรยิ้มให้กับเหตุผลและความสุขนั้นของเขา ...พลอยยินดีไปด้วย...พูดง่ายฉิบHายเลยใช่ป่าว...555 ก็อย่าทำอะไรให้มันยุ่งนักซิครับ ผู้เขียนเองผิดหวังมาแล้ว เสียใจเป็น ร้องไห้ก็เป็น...สำหรับคนที่ทำให้ผู้เขียนเป็นเช่นนั้น วันนี้ผู้เขียนก็ยังคุยกันอยู่...!!!

ผู้เขียนไม่สนหรอกว่าเขาจะรักใคร อะไรยังไง...หน้าที่ของผู้เขียน คือ ต้องการเห็นเขามีความสุข อ่านแล้วทำความเข้าใจตรงนี้ให้มากๆนะครับ...เขาจะรักผู้เขียนหรือไม่รัก มันเป็นเรื่องของเขา แต่การที่ผู้เขียนยังรักเขา และต้องการเห็นเขามีความสุข...มันเป็นเรื่องของผู้เขียน...อะไรที่มันอยู่นอกเหนือการควบคุมของเรา เราก็อย่าไปคิดไปยึดให้มันมากมาย...ความสมหวัง ความผิดหวัง มันอยู่คู่โลกมาช้านาน มันเป็นสมบัติของโลกนะครับ เราต้องเรียนรู้แล้วอยู่กับมันให้ได้...คนอื่นจะคิดยังไงกับวันพรุ่งนี้และวันต่อๆไปผู้เขียนไม่รู้ แต่สำหรับผู้เขียน เริ่มนับถอยหลังการอยู่บนโลกใบนี้แล้ว เมื่อไรก็เมื่อนั้น...สุขทุกข์ก็ว่ากันไปถ้าเรายังมีลมหายใจอยู่ หมดลมก็หมดเรื่อง...รักได้ก็เลิกได้ มีได้ก็หมดได้...กลับบ้านของเรานะครับ ที่บ้านมีคนที่รักเรา ที่นั่นมีแต่ความอบอุ่น ถ้าข้างนอกลมมันแรง ฝนมันเทกระหน่ำ หรือ แดดมันร้อน หลบเข้าบ้านซะ...พักกายพักใจ...สวดมนต์ไหว้พระ เรียกสติกลับมา...ไม่มีอะไรยาก...ผู้เขียนพูดแบบนี้ได้ เพราะทำ และผ่านมันมาแล้ว...วันนี้ก็เลยสบายๆ ชิล ชิล ใครอยากรักผู้เขียน ก็รักไปซิ ใครอยากไม่รักก็เลิกไปซิ....เสียใจมันก็เรื่องธรรมดา...เกิดได้ ก็ดับได้...สู้ สู้ นะครับ ไม่มีอะไรยาก...ถ้าใจคุณพร้อมจะสู้...บาย...!!!

นำเสนอโดย :
http://dharmaishere.blogspot.com
https://www.facebook.com/kanlakraung1.sport
https://www.facebook.com/kanlakraung1.story

วันจันทร์ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2557

บ้าน...คือ...วิมานของเรา...จริงๆ...!!!

บ้าน...คือ สิ่งที่ไม่มีชีวิต แต่มันคือชีวิต...คงจะไม่เกินเลยไปนะ หากจะกล่าวเช่นนี้...บ้านจะใหญ่ หรือ บ้านจะเล็ก ก็ไม่เกี่ยวอะไรกับปริมาณของความสุขที่อยู่ข้างใน หรือจะพูดเปรียบเปรยไปทำนองว่า ปริมาณของความสุขมันไม่ได้ขึ้นอยู่ที่ขนาดของบ้าน ...มีบางอย่างที่ผมจำได้ไม่เคยลืม คือ เสียงโขลกน้ำพริกกะปิแบบไทยๆของแม่ เสียงดัง...ปั๊ก ปั๊ก ปั๊ก !!!...ในเย็นวันนั้นสมัยที่ผมเองยังเป็นเด็กตัวเล็กๆกำลังเรียนอยู่ในชั้นประถมศึกษา   กลิ่นหอมของมะนาวที่โชยมาพอได้กลิ่น แม่ค่อยๆบรรจงบีบมันลงไปในครก ตามด้วยน้ำปลาตามสูตรการทำของแม่ รสชาดอร่อยถูกใจทุกคนในครอบครัวยิ่งนัก มื้อไหนก็ตามที่ได้กินน้ำพริกปลาทู มีผักบุ้งลวก มะเขือ แตงกวา เป็นเครื่องเคียงด้วยแล้วล่ะก็ ผมจะกินข้าวจนพุงกางอย่างไม่ต้องสงสัย เลยได้ฉายาจากแม่ว่า "ไอ้เจ๊กน้ำพริก"  ถ้าจะพูดว่า ในความคิดของผม น้ำพริกกะปิฝีมือของแม่ผม "อร่อยที่สุดในโลก" ก็คงจะเป็นเรื่องที่ถูกต้องที่สุดสำหรับผมอยู่ดีนั่นแหละ

หลายครั้งที่ชีวิตของผม ประสบปัญหา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเรียน เรื่องงาน หรือแม้แต่เรื่องความรัก บ้านของผมคือสถานที่ๆเดียวที่ผมได้กำลังใจแบบไร้สารเจือปน มันเป็นคำพูด ที่แสดงถึงความปรารถนาดีจริงๆ ไม่ว่าจะออกมาจากปากของคนที่เป็น พ่อ แม่ พี่ หรือ น้อง หากความเป็นจริงแล้วคำพูดเหล่านั้นจะไม่ได้ทำให้ปัญหาต่างๆคลี่คลายลงเลยก็ตาม  ผมไม่สามารถปฏิเสธได้ว่า คำพูดเหล่านั้น มันทำให้ผมรู้สึกถึงความอบอุ่นและสร้างความสุขให้ผมอย่างประหลาด หรืออาจจะเป็นเพราะบ้านคือสถานที่ๆเดียวที่ผมไม่ต้องระแวงระวังว่าจะมีภัยใดๆเคลือบแฝงมากับคำพูดเหล่านั้นก็เป็นไปได้

เรื่องเก่าบางเรื่องของผมที่หยิบยกมาเล่านี้ ก็เพราะเรื่องราวเรื่องนั้นมันเป็นความทรงจำที่สุดวิเศษ ผมคิดว่าไม่เฉพาะแต่ผมเท่านั้น ที่มีความทรงจำดีๆเช่นนี้กับคนในบ้าน แม้ว่าบ้านที่ผม หรือที่คุณๆจะอาศัยอยู่อาจเป็นแค่เพียงหลังเล็กๆ บางบ้านอาจจะเป็นแค่กระท่อมน้อยๆ หลังคามุงจากด้วยซ้ำไป แต่บ้านก็ยังเป็นบ้านที่สามารถสร้างความสุขให้กับเราเหมือนลอยอยู่ในวิมานชั้นฟ้า...



บ้าน...จึงไม่ใช่สิ่งไร้ชีวิต...เป็นแค่เพียงที่หลบแดด หลบฝน หรืออาศัยพักผ่อนนอนหลับไปวันๆเท่านั้น...แต่บ้านคือ ที่เก็บความรัก ความปรารถนาดี ความอบอุ่น และอีกมากมาย แบบไม่มีประมาณ... บ้านสามารถดูดซับเอาความทุกข์ของผู้ที่เป็นสมาชิกในบ้านไปทิ้ง แล้วเติมความสุข เข้ามาแทนที่...เพราะคำว่าบ้านมันไม่ได้สะกดว่า..." บ - ้ า - น "...หากแต่คำสะกดที่ถูกต้องมันควรจะเป็น "พ่อ แม่ พี่ น้อง ลูก หลาน เหลน"...เพราะบ้านมันแปลว่า...ครอบครัวของเรา...!!!

บทความจาก :
นำเสนอโดย :
http://dharmaishere.blogspot.com
https://www.facebook.com/kanlakraung1.sport
https://www.facebook.com/kanlakraung1.story




วันอาทิตย์ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2557

"ยอมถอย"...มิใช่เรื่องเสียหน้า...แต่มันคือการสร้างนิยามของความรัก...ในแบบคุณ !!

อัน...นิยามของความรักนั้นหรือ...คือสิ่งใด?...!! ใครพอจะตอบได้บ้าง... ต่างคนก็คงมีคำตอบอยู่ในใจ...ในแบบที่ ร้อยคนก็ร้อยความต่าง สำหรับในเรื่องนิยามของความรัก ไม่ควรอย่างยิ่งที่จะไปจำกัดว่า แบบนั้นผิด แบบนี้ถูก เพราะนิยามสำหรับความรักของแต่ละคนมักจะไม่เหมือนกัน คนหนึ่งอาจบอกว่า "รัก คือ ความเข้าใจ" โดยพร้อมจะก้าวเดินไปด้วยกันแม้ว่าในความเข้าใจที่ว่านั้นอาจมีความต่างแทรกอยู่เป็นระยะๆก็ตามที...อีกคนอาจบอกว่า "รัก คือ การเอาใจใส่ ให้เกียรติซึ่งกันและกัน" คนถัดมาอาจบอกว่า "รัก คือ ความเชื่อใจ ความไว้ใจ และความซื่อสัตย์"

แต่สำหรับเราท่านทั้งหลายมักจะได้ยินกันอยู่บ่อยๆจนคุ้นหูว่า "รัก คือ ความเข้าใจ" ขอบเขตของความเข้าใจมันมีอะไรบ้าง อย่างไหนกันหรือที่เรียกว่า "ความเข้าใจ" สุดท้ายก็คงมีคำตอบที่แตกต่างกันมากมายเหมือนกับ "นิยามของความรัก" คู่รักใดๆก็แล้วแต่ คือโดยปกติแล้ว ความแตกต่างนั้นถูกแสดงให้เห็นนับตั้งแต่แรกเกิด การเลี้ยงดูจากคุณพ่อ คุณแม่ สิ่งแวดล้อมต่างๆมากมายที่บรรจงหล่อหลอมทำให้ให้คนๆหนึ่งเจริญเติบโตขึ้นมา ในแบบของเขาที่ควรจะเป็น การที่วันหนึ่งต้องมาเจอะเจอใครอีกคน จนเกิดเป็นความรักจึงไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ที่จะยอมรับในความเป็นตัวตนของกันและกัน แรกเริ่มเดิมทีปัญหามากมายของคู่รักมักจะถูกปกปิดเอาไว้ด้วยความพึงพอใจในด้านอื่นของคนรัก เช่น ความหล่อ ความสวย ความน่ารัก แต่แล้วเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม ความเป็นตัวตนของกันและกันมันจะถูกแสดงออกมา หลายคู่ต้องเลิกลากันไป เพราะไม่สามารถยอมรับกันได้...แล้วเมื่อเป็นเช่นนี้ ควรจะทำเช่นไร?...การยอมรับในความต่าง อาจเริ่มจากการที่ต่างคนต่างก้าวถอย เว้นช่องว่างระหว่างกันไว้ สำหรับเตรียมพื้นที่ในการเพาะปลูกเมล็ดพันธุ์แห่งความเข้าใจ ที่ทั้งสองต่างลงมือปลูก รดน้ำพรวนดินร่วมกัน...นี่อาจไม่ใช่สิ่งแวดล้อมเดิมๆที่คนสองคนคุ้นเคยมาตลอดชีวิต หากแต่ถ้าเป้าประสงค์ของการที่จะดำเนินความรักให้ไปตลอดรอดฝั่ง ต้องไม่คิดเอาแต่ได้ฝ่ายเดียว ความเข้าใจที่ดีนั้น มักจะเริ่มจากการให้...คำว่าให้ในที่นี้ก็คงตีความกันไปต่างๆนานา แต่ถ้าเป็นการ "ให้โอกาสซึ่งกันและกัน" ก็ดูเข้าทีไม่น้อย



การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม...บางอย่างของตนเอง ด้วยเหตุผลบางประการที่แฟนอาจไม่ชอบนั้น มักจะเป็นผลด้านบวกเสมอ เนื่องจากทำให้แฟนเกิดความพึงพอใจมากขึ้น นั่นก็หมายถึงการที่เราได้เป็นผู้ให้ การยอมถอย หรือการให้ในลักษณะแบบนี้ ไม่ใช่การยอม หรือการทำให้เสียหน้าแต่อย่างใด หากแต่เป็นการถอยเพียงแค่ครึ่งก้าว เพื่อเตรียมพร้อมที่จะเดินหน้าเต็มกำลัง...ไม่ต้องกังวลเลยว่า เราจะเดินแบบไร้คนข้างกาย ถ้าคุณสามารถสร้างนิยามของความรัก ให้เป็นไปในแบบ ที่ใช้ความเข้าใจเป็นหลัก บนพื้นฐานของการที่ได้เป็นผู้ให้...ถอยสักนิดนะครับ แล้วภาพความรักของคุณจะชัดเจน...!!!

บทความจาก :
นำเสนอโดย :
http://dharmaishere.blogspot.com
https://www.facebook.com/kanlakraung1.sport
https://www.facebook.com/kanlakraung1.story