จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

วันเสาร์ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2558

ถ้าไม่รู้...คงตายตาไม่หลับ...กับเรื่องราวของ พระนางสามาวดีอุบาสิกา "ผู้อยู่ด้วยเมตตา" (ตอนที่ 2)...!!!

ความต่อจากตอนที่ 1...
ในครั้งนั้น ภัททวดียเศรษฐี บิดาของนางสามา ได้เป็นเพื่อนกับโฆษกเศรษฐี แต่ท่านทั้ง 2 คน เป็นเพื่อนที่มิเคยพบเห็นกันเลย...มูลเหตุที่เศรษฐีทั้ง 2 คน จะได้เป็นเพื่อนกันนั้น สืบเนื่องมาจาก โฆษกเศรษฐีได้ฟังสมบัติและวัย ตลอดถึงประเทศของ ภัททวดียเศรษฐีจากพวกพ่อค้าที่มาจากแคว้นภัททวดีย์ เมื่อต้องการเป็นสหายกับภัททวดียเศรษฐี จึงส่งเครื่องบรรณาการไปให้...ด้วยเหตุนี้ เศรษฐีทั้ง 2 คน จึงเป็นสหายที่มีบรรณาการเป็นสื่อสัมพันธ์ โดยไม่เคยพบเห็นหน้ากันเลย...

กาลครั้งหนึ่ง มีอหิวาตกโรคเกิดขึ้นในบ้านของภัททวดียเศรษฐี เมื่ออหิวาตกโรคเกิดขึ้นแล้ว ฝูงแมลงวันได้ตายไปก่อน ต่อมาก็แมลงสาบ หนู ไก่ สุกร สุนัข แมว โค ทาสหญิง ทาสชาย ตายลงเป็นลำดับกันไป ส่วนบุคคลที่เป็นเจ้าของเรือนย่อมตายทีหลังเขาทั้งหมด...ในบรรดาบุคคลเหล่านั้น พวกใดทำลายฝาเรือนหนี พวกนั้นย่อมรอดชีวิตได้...ในกาลนั้น ภัททวดียเศรษฐี ภรรยาและนางสามาลูกสาว ได้พากันหนีไปโดยวิธีนั้น และต้องการพบกับโฆษกเศรษฐี จึงได้เดินทางไปสู่เมืองโกสัมพี



บุคคลทั้ง 3 นั้น มีร่างกายอิดโรยด้วยลมและแดดที่แผดเผา อีกทั้งมีความหิวกระหาย เนื่องจากเสบียงกรังหมดสิ้นลงระหว่างทาง ทั้ง 3 คน ได้เดินทางถึงเมืองโกสัมพีด้วยความลำบากยากแค้นแสนเข็ญ จากนั้นพากันอาบน้ำชำระกายในสถานที่มีน้ำสบาย แล้วจึงเข้าไปพักที่ศาลาหลังหนึ่ง ซึ่งอยู่ใกล้กับประตูเมือง...ในเวลาที่พักอยู่ที่ศาลาหลังนั้น ภัททวดียเศรษฐีพูดกับภรรยาว่า "ดูก่อนนางผู้เจริญ ผู้ที่มาด้วยอาการอย่างนี้ ย่อมไม่เป็นที่พอใจ แม้กระทั่งของมารดาผู้บังเกิดเกล้า ได้ยินข่าวว่า โฆษกเศรษฐีสหายของเรา ได้สละทรัพย์วันละ 1,000 กหาปณะ ให้ทานแก่คนเดินทางไกลและคนกำพร้าเป็นต้น เราให้ลูกสาวไปที่โรงทานของสหาย เพื่อนำอาหารมาเลี้ยงกันในที่นี้สัก 2-3 วัน แล้วจึงไปหาโฆษกเศรษฐีสหายของเรา" 

ภรรยาภัททวดียเศรษฐีตอบรับคำของสามี "ดีแล้ว คุณพี่" ...บุคคลทั้ง 3 พากันพักอยู่ในศาลานั้น พอรุ่งเช้า เมื่อเขาบอกเวลาเข้าขอรับอาหารให้ทราบ คนกำพร้าและคนเดินทางไกลเป็นต้น ต่างกำลังเดินไปรับอาหารจากโรงทาน พ่อและแม่ของนางสามาจึงบอกลูกสาวว่า "ดูก่อนลูกสามา ...ลูกจงไปนำอาหารมาเพื่อพวกเราเถิด"...นางสามาแม้เป็นลูกสาวของตระกูลที่มีสมบัติมาก เมื่อถึงคราวจำเป็นนางก็ไม่อาย เพราะตนมีความหิวตัดความละอายที่มีอยู่ขาดไปแล้ว นางจึงถือภาชนะไปขออาหารพร้อมกับพวกกำพร้า มิตตกุฎมพี ซึ่งเป็นผู้จัดการให้ทานของโฆษกเศรษฐี ถามนางสามาว่า "นี่แน่ะแม่คุณ...เธอจะรับอาหารกี่ส่วน?" นางสามาตอบว่า "ข้าแต่นาย...ดิฉันขอรับ 3 ส่วนเจ้าค่ะ" เมื่อนางสามาได้อาหารมาแล้ว ทั้ง 3 คน พ่อแม่ และลูก นั่งบริโภคร่วมกันตามประสายาก...

ครั้งนั้นมารดาและนางสามา จึงพูดกับภัททวดียเศรษฐีว่า "อันความวิบัติฉิบหายย่อมเกิดขึ้นแก่ตระกูลใหญ่ทั้งหลายได้ ขอท่านจงรับประทานอาหาร อย่าเป็นห่วงดิฉันทั้ง 2 คน ขอท่านอย่าคิดมากไปเลย" บุคคลทั้ง 2 ได้พูดจาอ้อนวอนภัททวดียเศรษฐีด้วยถ้อยคำนานัปการอย่างนี้...ครั้นเมื่อภัททวดียเศรษฐีได้บริโภคอาหารแล้ว ไม่สามารถทำให้อาหารย่อยไปได้ พออรุณขึ้นเขาก็ตายไป  มารดาและนางสามาร้องไห้คร่ำครวญแสดงอาการเสียใจต่างๆ...รุ่งเช้าของวันใหม่ นางสามาเดินร้องไห้ไปเพื่อขออาหาร เมื่อมิตตกุฎมพีเห็น นางจึงถามว่า "เธอจะรับกี่ส่วน? แม่คุณ!" นางสามาจึงตอบว่า "ข้าแต่นาย...วันนี้ดิฉันขอรับ 2 ส่วน เจ้าค่ะ" ได้ฟังดังนั้น มิตตกุฎมพีจึงได้ให้อาหารแก่นาง 2 ส่วน...เมื่อนางสามานำอาหารมาได้แล้ว ก็พูดอ้อนวอนมารดาให้รับประทานอาหาร ฝ่ายมารดาเมื่อลูกสาวพูดอ้อนวอนอยู่ จึงรับประทานอาหารนั้น แต่ก็ไม่ทำให้อาหารย่อยไปได้ นางตายลงไปในวันนั้นเอง...นางสามาหมดที่พึ่ง จึงได้ร้องไห้รำพันอยู่ผู้เดียว เป็นผู้มีความทุกข์ เกิดจากความหิว พร้อมกับทุกที่ต้องเสียทั้งบิดาและมารดา นับเป็นความทุกข์ที่หนักยิ่ง นางเดินร้องไห้ไปกับพวกยาจกเพื่อขออาหารที่โรงทาน...เหตุการณ์นับจากนี้จะเป็นเช่นไร...โปรดติดตามในตอนที่ 3 นะครับ...!!!


ที่มา : หนังสือ "พระนางสามาวดีอุบาสิกา ผู้เป็นเลิศด้าน "ผู้อยู่ด้วยเมตตา"
เรียบเรียงโดย : อ.จำเนียร ทรงฤกษ์ ( วัดสังฆทาน )
บทความจาก :
นำเสนอโดย :
http://dharmaishere.blogspot.com
https://www.facebook.com/kanlakraung1.sport
https://www.facebook.com/kanlakraung1.story


การทำ Favicon เพื่อเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว...และการ แลกลิงค์...!!!

ตั้งแต่หันมาเอาจริงเอาจังกับการเขียน Blog ...รู้สึกว่าจะ 6 ถึง 7 วันผ่านมา เห็นจะได้แล้วล่ะมั้ง จากในตอนแรกไม่รู้จักอะไรเลยเกี่ยวกับ Blog ...Blog มันคืออะไร มันยังไง...บอกได้คำเดียวว่าไม่รู้...สืบเนื่องมาจากเพื่อนคนหนึ่งของผม มันบอกว่าให้ลองเขียน Blog ดู ผมก็ถามมันว่า อะไรคือ Blog?... จากคำแนะนำของเพื่อนผม มันบอกว่าผมมีบัญชีของ Gmail อยู่แล้ว ก็ลองสมัครไปที่ www.blogger.com ดูซิ ...และนั่นคือจุดเริ่มต้น...ที่ผมได้ของเล่นชิ้นใหม่ คือการเขียน Blog...

ผมนั่งเล่นอยู่กับการเขียน Blog  พร้อมๆกับตกแต่งหน้าตาของ Blog ไปด้วย...ลองนึกภาพของคนที่ปลูกบ้านไม่เป็น...แต่ก็มีความกระเหี้ยนกระหือรือ...แปลว่าอะไรไม่รู้ พูดส่งเดชไปยังงั้น คืออยากจะทำด้วยตัวเอง ใช้เวลาอยู่กับเจ้า Blog วันละไม่ต่ำกว่า 15 ชั่วโมง บางครั้งก็ขำตัวเองจริงๆนะ...ทำไมมันโง่ได้ใจแบบนี้ฟร่ะ...ค่อยๆปรับ ค่อยๆแต่ง จนมาเป็นอย่างที่เห็นนี่แหละ...ขอออกตัวก่อนนะครับ ผมวาง Layout มั่วๆไปตามใจที่ผมอยากจะวาง ไม่รู้หรอกว่า อะไรมันควรจะอยู่ตรงไหน มันถึงจะดูดีมีสไตล์...เล่นกันแบบลูกทุ่งนี่แหละ...เป็นที่หนุกหนานเลย...

มาเข้าเรื่องดีกว่า...ก่อนที่ผมจะพาทุกท่านออกทะเลไปไกลกว่านี้ อิอิ...เริ่มจากเจ้าตัว Favicon...เชื่อมั้ย? ผมสงสัยเจ้าตัวนี้ทุกวัน เวลาผมเปิด Blog เพื่อที่จะเขียนงาน หรือตกแต่งโน่นนี่นั่นของผม...ผมถามตัวเองอยู่เงียบๆ มันคืออะไรว่ะ แล้วมันเอาไว้ทำอะไร...ผมคลิกเข้าไปดูทุกครั้ง มันก็ให้ผมเลือกไฟล์ ผมก็ลองเลือก...เลือกมั่วๆไป...มันก็บอกว่าไม่ได้คาฟฟฟ...รูปที่เลือกจะต้องเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัสอีกแน่ะ...เออ!! เริ่มรู้ขึ้นมาอีกนิด...แต่ก็ยังไม่มีอะไรคืบหน้า ในที่สุด อดรนทนไม่ไหวแล้ว...ถามอากู๋ดีกว่า ...คนไม่รู้เหมือนผม มีมากมาย ผมก็อาศัยการถาม การอ่านจากอากู๋นี่แหละ เข้าไปอ่านหลายๆเว็บ แล้วก็ลองทำมั่วๆตามสไตล์ถนัดของผม...จนในที่สุดมันก็เวิร์ค...ผมก็เลยจะมาสรุปว่าการทำ Favicon ของผมมันมีขั้นตอนการมั่วยังไง...เริ่มจากผมต้องหารูปที่ถูกใจก่อน...รูปนี้แหละถูกจาย...อิอิ

รูปที่ 1
yutjoke.blogspot.com


เมื่อหามาได้แล้ว ก็เปิดเว็บที่ชื่อ "http://tools.dynamicdrive.com/favicon/" ก็ได้มาจากการถามอากู๋นั่นแหละ โดยที่เว็บนี้เขาให้การบริการเปลี่ยนไฟล์ภาพให้มาอยู่ในขนาดที่จะเอาไปทำ Favicon ได้ ก็เช่น 48x48 , 32x32 , 16x16 ทั้งหมดมีหน่วยเป็น pixels ซึ่งจะเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัสแบบที่บอกไว้ก่อนหน้านี้ไง แล้วก็จะมีนามสกุลว่า icon  พอเจ้าเว็บที่ว่านี้แปลงเสร็จ เราก็ต้อง download รูปนั้นมาเซฟไว้ก่อน แล้วทางเว็บก็จะบอกโค้ด HTML มาให้ด้วย...555 ชักมันแล้วใช่มั้ย ถ้าคนไม่เป็น ไม่เคยศึกษาการเขียน HTML มาก่อน...บอกได้คำเดียวว่า...มึน!!...ช่างมัน ไหนๆก็มาถึงนี่แล้วจะถอยกลับไปก็เสียสุนัขเปล่าๆนิ...อย่ากระนั้นเลย มั่วต่อดีกว่า จากโค้ดที่ได้มา เป็นเช่นนี้ <link rel="image/x-icon"href="/favicon.ico">
"...เอาล่ะตอนนี้ได้รูปที่เซฟไว้แล้ว โค้ดที่ได้ก็ยังไม่รู้จะเอาไปใช้ตรงไหน ไม่รอช้า ผมเข้าไป จัดการ Favicon ก่อน มันก็ให้เลือกไฟล์เหมือนหลายๆครั้งที่ผ่านมา....เย้ เย้ เย้ คราวนี้ผ่านด่าน...เราก็นึกว่าคงเสร็จแล้วมั้ง...แต่พอลองรีเฟรชคอมดู ลองเปลี่ยนบราวเซอร์ ลอง ลอง ลอง ...หลายประการ มันก็ยังไม่เห็นเปลี่ยนเป็นรูปที่เราต้องการ เหมือนแบบชาวบ้านชาวช่องเขาเลย...ผมเริ่มมามองเจ้าโค้ดที่ทางเว็บให้มา...ลองหาอ่านเอาในเว็บเพิ่มเติม...ตามไตล์มั่วบวกโง่ จนในที่สุดก็พอรู้ว่าต้องเอาโค้ดที่ว่านี้ไปใส่ตรงไหนของหน้าเว็บ..."


รูปที่ 2
yutjoke.blogspot.com
พอใส่ไปแล้ว  เท่านั้นก็จบ...หลายคนที่ไม่รู้ว่า เจ้า Favicon หน้าตามันเป็นยังไง...มันก็คือเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของแต่ละเว็บอ่ะ...มาดูกันเลย

รูปที่ 3
yutjoke.blogspot.com
มันเป็นผลสำเร็จของความมั่ว...ก็เลยดีใจที่เว็บของผม ก็มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวเหมือนของชาวบ้านกัน...จบเรื่อง Favicon

มาต่อกันที่เรื่องการแลกลิงค์...สร้าง Traffic ก็เพื่อโปรโมทเว็บนั่นแหละ อาศัยเพื่อนๆชาวเว็บด้วยกัน ในทำนองที่ว่าแขกของบ้านโน้น อาจจะมาเยือนบ้านนี้ แล้วก็แขกของบ้านนี้ก็จะได้ไปเยือนบ้านโน้นบ้าง เพราะมีเส้นทางแล้วนิ...นั่นคือ ลิงค์...

ขั้นแรกก็ต้องเสาะแสวงหาเว็บที่เขาให้ลงโฆษณาฟรี หรือรับแลกลิงค์อะไรแบบนี้ เมื่อเจอแล้วก็ไปลงทะเบียนเป็นสมาชิกของเขา จากนั้นก็ลงประกาศ หรือไม่ก็แลกลิงค์เพื่อโปรโมทเว็บของเรา...ขั้นตอนก็คือว่า เขาก็จะให้โค้ด HTML ของลิงค์มาให้เราเอาไป Paste ลงในเว็บของเรา ...โดยเข้าไปเพิ่ม Gadget คลิกเลือกที่ เพิ่ม HTML/จาวาสคริปต์...ตามรูปที่ 4

รูปที่ 4
yutjoke.blogspot.com
รูปที่ 5
yutjoke.blogspot.com
เราก็ copy โค้ด HTML ในรูปที่ 5 ไป Paste ลงในหน้าเว็บของเรา โดยหลังจากการเปิดรูปที่ 4 มาแล้ว จะได้หน้าต่างดังรูปที่ 6 แล้วคลิกคำว่าบันทึก

รูปที่ 6
yutjoke.blogspot.com

จากนั้นเราไปดูผลงานกัน...ว่าลิงค์ของเว็บที่เราต้องการจะแลกลิงค์ด้วย เวิร์คมั้ย...??

รูปที่ 7
yutjoke.blogspot.com
เราได้สร้างลิงค์ของเว็บนั้นเสร็จเรียบร้อย เมื่อลองทดสอบด้วยการคลิก...ปรากฏว่า ถูกต้อง ไม่ติดปัญหาอะไร...เมื่อของเขาเสร็จ เราก็ต้องเอาโค้ด HTML ของเรา ไปฝากไว้ให้เว็บเขาทำเหมือนกับที่เราทำให้เขานั่นแหละ...แต่มันมีขั้นตอนเพิ่มเข้ามาอีกเล็กน้อยน้อย...นั่นคือ ถ้าเราต้องการใช้รูปที่เป็น Animation คือภาพเคลื่อนไหว เราก็สร้างขึ้น เมื่อสร้างแล้ว เราก็ต้องหาเว็บที่เขารับฝากไฟล์ภาพของเรา มีเว็บที่ให้บริการฟรีอยู่แล้ว ยกตัวอย่าง จากเว็บนี้ http://image.ohozaa.com/main/ ตามรูปที่ 8

รูปที่ 8
yutjoke.blogspot.com

เมื่อได้โค้ด HTML มาแล้ว เรามีหน้าที่เปลี่ยนจาก URL ของเขา มาใส่ URL ของเรา แล้วไป ส่งให้กับเว็บที่ต้องการแลกลิงค์...หน้าตาของโค้ดมันจึงออกมาเป็นเช่นนี้...
<a href="http://yutjoke.blogspot.com/p/httpyutjokeblogspot.html
" target="_blank"><img border="0" src="http://image.ohozaa.com/i/181/2Bmhr3.gif" /></a>

ตรงที่เป็นตัวหนานั่นแหละคือ URL ของเรา...เพื่อที่ว่าเวลาทางโน้นคลิก จะได้มาถูกบ้าน...ก็แค่นั้น...เมื่อส่งโค้ดให้เขาแล้ว เราก็ดูผลงานว่าเขาทำเหมือนที่เราทำให้เขามั้ย...ตามไปดู

รูปที่ 9
yutjoke.blogspot.com
ในกรอบสีน้ำเงินนั่นแหละเป็นลิงค์ ที่เมื่อคลิกก็จะวิ่งมาหาเว็บของผม......
ไปดูได้ที่...http://image.ohozaa.com/main/ โปรโมทให้เขาซะเลย...อิอิ...!!!




วันศุกร์ที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2558

ถ้าไม่รู้...คงตายตาไม่หลับ...กับเรื่องราวของ พระนางสามาวดีอุบาสิกา "ผู้อยู่ด้วยเมตตา" (ตอนที่ 1)...!!!

...เกริ่นนำ...
ระนางสามาวดี...เป็นอริยอุบาสิกาผู้ทรงไว้ซึ่งพระเมตตาจิต อันเป็นคุณธรรมประจำชีวิตของพระนาง จนเป็นที่ยอมรับนับถือของบัณฑิตชนทั้งหลายว่า "พระเมตตาจิต" เป็นสัญลักษณ์ของพระนาง เหมือนมีตราประทับรับรองคุณภาพแห่งความดี...

พระชีวประวัติของพระนางสามาวดีอุบาสิกา มีเรื่องราวเกี่ยวพันอยู่กับพระนางขุชชุตตราอุบาสิกา ตามที่ปรากฏอยู่ในอรรถกถาคัมภีร์มโนรถปูรณี ที่ขยายความพระบาลีคัมภีร์อังคุตตรนิกาย เอกนิบาต ดังนี้...


พระนางสามาวดีอุบาสิกา
yutjoke.blogspot.com


          ในอดีตชาติอุบาสิกาทั้ง 2 คือ นางขุชชุตตรา กับ นางสามาวดี ได้มาปฏิสนธิขึ้นในเรือนของบุคคลผู้มีสกุล ณ เมืองหงสาวดี ตรงกับพระพุทธกาลแห่ง พระปทุมุตตรสัมมาสัมพุทธเจ้า โดยนับเวลาย้อนกลับไปจากภัทรกัปนี้ได้ หนึ่งแสนกัป...

กาลต่อมากุลธิดาทั้ง 2 คน ได้พากันไปที่วิหารด้วยคิดว่า "พวกเราจะฟังธรรมกถาของพระปทุมุตตรสัมมาสัมพุทธเจ้า"...ในกุลธิดาทั้ง 2 คนนั้น นางขุชชุตตรา ได้เห็นพระปทุมุตตรสัมมาสัมพุทธเจ้า แต่งตั้งอุบาสิกาผู้หฯึ่งไว้ในตำแหน่งผู้เป็น "พหูสูตร" ผู้เลิศกว่าอุบาสิกาทั้งหลาย นางจึงกระทำบุญกุศล และตั้งจิตคิดปรารถนาฐานันดรนั้น...ฝ่ายนางสามาวดี ได้เห็นพระปทุมุตตรสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงแต่งตั้งอุบาสิกาผู้หนึ่งไว้ในตำแหน่งผู้มีปกติอยู่ด้วย "เมตตา" ผู้เลิศกว่าอุบาสิกาทั้งหลาย นางจึงกระทำบุญกุศล และตั้งจิตคิดปรารถนาฐานันดรนั้น...

หลังจากที่กุลธิดาทั้ง 2 คน ได้ตั้งความปรารถนาฐานันดรนั้นแล้ว จึงกระทำบุญกุศลสืบเนื่องตลอดชีวิต เมื่อกุลธิดาทั้ง 2 คน สิ้นชีวิตลง จึงได้ไปท่องเที่ยวเกิดเป็นเทวดา และมนุษย์ จนกระทั่งกาลเวลาผ่านไปได้ หนึ่งแสนกัลปาวสาน...ในสมัยนั้นกุลธิดาทั้ง 2 คน คือ ขุชชุตตราธิดา ได้จุติจากเทวโลก มาถือปฏิสนธิในครรภ์แห่งหญิงแม่นมในเรือนของโฆสกเศรษฐี นางเป็น "ขุชชา" คือ คนค่อม ฉะนั้นพวกญาติจึงตั้งชื่อว่า "ขุชชุตตรา" ...ฝ่าย สามาวดีเทพธิดา ได้จุติจากเทวโลก มาปฏิสนธิในเรือนของภัททวดียเศรษฐี ณ แคว้นภัททวดีย์ พวกญาติตั้งชื่อว่า "สามา" แปลว่า ทอง นางมีผิวทีขาวเหลือง จึงได้รับการตั้งชื่อเช่นนั้น

พระชีวประวัติของพระนางสามาวดีตอนต่อไปนี้ นอกจากมีกล่าวอยู่ใน อรรถกถาคัมภีร์ธรรมบทแห่งอัปปมาทวรรค ว่าด้วยความไม่ประมาทในเรื่องของพระนาง สามาวดี ดังนี้...ติดตามรับอ่านกันได้ในตอนที่ 2 นะครับ

ที่มา : หนังสือ "พระนางสามาวดีอุบาสิกา ผู้เป็นเลิศด้าน "ผู้อยู่ด้วยเมตตา"
เรียบเรียงโดย : อ.จำเนียร ทรงฤกษ์ ( วัดสังฆทาน )

บทความจาก :
นำเสนอโดย :
http://dharmaishere.blogspot.com
https://www.facebook.com/kanlakraung1.sport
https://www.facebook.com/kanlakraung1.story

เรื่องที่ไม่เคยรู้มาก่อน...หลวงพ่อพระราชพรหมยาน...!!! (ตอนที่ 2)

เล่าความคิดที่ค้างใจ :

          เมื่อ 3 วันที่ผ่านมาจนถึงวันนี้ มีเรื่องข้องใจอยู่เรื่องหนึ่ง คือปีนี้เป็นปีที่พระบรมราชินีทรงมีพระชนมายุครบ 60 พรรษา ได้บอกให้ อาจารย์พรนุช คืนคงดี ซึ่งเป็นอาจารย์ใหญ่ โรงเรียนพระสุธรรมยานเถระวิทยา (ในขณะนั้น) บอกบุญเพื่อนและญาติผู้ใหญ่ เพื่อรวบรวมเงินถวายโดยเสด็จพระราชกุศล จัดเป็นปีแรกและให้ทำทุกๆปี ไปจนกว่าจะไม่มีใครร่วมมือ และหมดกำลังทรัพย์ อาจารย์พรนุช จัดหาได้ 2 แสนบาท จึงบอกให้ถวายพระเจ้าอยู่หัว 1 แสนบาท พระราชินีอีก 1 แสนบาท นอกจากนั้นคณะวิมาลา ยังไม่ทราบว่ากี่คน กำลังชักชวนกันจัดหาเงินถวาย และปีต่อไปคิดจะบอกบุญเป็นรายเดือน คนละมากน้อยตามที่จะหาได้ เมื่อถึงวันที่ 12 สิงหาคม ก็ถวายทั้ง 2 พระองค์ ถ้าใครจะเข้าไปถวายเองขอให้รวบรวมเงินของตนเอง หรือเพื่อนก็ตาม 1 หมื่นบาทขึ้นไป ส่วนรายละเล็กละน้อยแต่บ่อยๆ ก็มาก ให้จัดผู้แทนเข้าทูลเกล้าถวาย...

ข้อข้องใจ...ต่อไปก็เล่าข้อข้องใจถวายพระท่านว่า เงินทั้งหมดนี้ถวายตามอัธยาศัย แต่บังเอิญท่านนำไปเลี้ยงลูกปลา แล้วนำไปปล่อยเพื่อเป็นอาหารของคน ผู้ถวายจะพลอยมีบาปไปด้วยหรือไม่?...ท่านฟังแล้วท่านก็ยิ้ม แล้วทรงตรัสว่า ฉันคิดว่าฤาษีเป็นครูอาจารย์คน จะฉลาดหลักแหลม แหม...ในที่สุดก็โง่ดักดานตามปกติ...ฟังแล้วชื่นใจ เพราะโง่จริงๆ เมื่อจะสอนศิษย์ครั้งไรต้องขึ้นไปถามท่านทุกครั้ง ว่าจะสอนอย่างไรดี เมื่อท่านบอกมายังไงก็สอนตามนั้น ไม่อวดตัวเป็นนักปราชญ์เกินครูแนะนำ...ท่านตรัสว่า เมื่อยอมรับว่าโง่ ฉันจะบอกให้ฟัง และจำให้ดีนะ...

1.การถวายโดยเสด็จพระราชกุศลทั้ง 2 พระองค์ ท่านเอาไปช่วยคนทั้งชาติ ไม่เฉพาะคนใดคนหนึ่งเป็น สังฆทาน คำว่า สังฆะ แปลว่า หมู่ คือคนมาก เมื่อคนมีกินมีใช้ เขาก็นำอาหารมาถวายพระ มีเงินมากพอควรก็เอาเงินมาถวายพระ จากผลที่เราช่วย อย่างนี้เป็น สังฆทานใหญ่ คือช่วยคนทั้งประเทศ และถวายพระทั้งประเทศ ทำให้มีบารมีเข้าถึงพระนิพพานเต็มง่ายเข้า
2.เรื่องปล่อยปลา เลี้ยงปลาเป็น มหากุศล เพราะช่วยเลี้ยงให้เขาเติบโตขึ้นมา และปล่อยให้เป็นอิสรภาพ เมื่อปลาเป็นอิสรภาพเพราะการถูกปล่อย ปลาก็มีความสุข เราผู้มีส่วนในการปล่อยปลา เราก็จะมีอิสระจากอบายภูมิ คือ ไม่ลงนรก 




ส่วนเรื่องปลาที่ถูกคนจับไปกินนั้น คนที่จับไม่ได้ขออนุญาตจากเรา เขาจับเอง เขาก็บาป ไปตามกรรมของเขา เราไม่พลอยบาป ปลาที่ถูกจับนั้นไม่ใช่ทุกตัวที่ปล่อย เมื่อสัตว์ตัวใดถูกกรรมเก่าบังคับ ก็ถูกจับไป แต่ปลาที่ปลอดภัยจากการถูกจับ มีมากกว่ามากมาย จงจำไว้ ว่าทำตามที่คิดนั้นดีแล้ว ไม่มีบาป จงเลิกโง่ต่อไป....เมื่อฟังท่านพูดจบก็ตื่นจากหลับพอดี เวลา 10.30 น.

ที่มา : จากหนังสือ "รวมคำสอน หลวงพ่อพระราชพรหมยาน"

บทความจาก :
นำเสนอโดย :
http://dharmaishere.blogspot.com
https://www.facebook.com/kanlakraung1.sport
https://www.facebook.com/kanlakraung1.story



..

          
          

วันพฤหัสบดีที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2558

เรื่องที่ไม่เคยรู้มาก่อน...หลวงพ่อพระราชพรหมยาน...!!! (ตอนที่ 1)

เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2535 เวลาประมาณ 7.30 น. เซ็นหนังสือที่จำเป็นต้องเซ็นแล้ว ต่อเมื่อเวลาประมาณ 8.00 น. ก็เอนกายลงนอนด้วยเพราะตอนนั้นกำลังป่วย เมื่อนอนก็ภาวนาบ้าง พิจารณาบ้างตามอารมณ์ของฤาษีชีไพร ประเดี๋ยวเดียวจิตก็สงบ แล้วก็หลับ ตอนฝันตอนนั้นมีความรู้สึกว่าออกจากร่างที่นอนเพื่อจะไปเทวสภา แต่ก็มองเห็น ท่านพระยายม กับ ท่านนายบัญชีใหญ่ ยืนยิ้มอยู่ เสียงที่ท่านนายบัญชีถามว่า "จะไปไหนล่ะพ่อคุณ" ตอบท่านไปว่า จะไปเทวสภา พระยายมท่านถามว่า ไม่ขอบใจเทวดา นางฟ้า พรหม ที่ท่านมายืนอารักขาก่อนหรือ เมื่อฟังดังนั้นจึงมองดูรอบๆตัว เห็นพรหม เทวดา นางฟ้าทั้งหลาย ยืนยิ้มอยู่ ก็ยกมือพนมขอบใจท่านที่ช่วยอารักขา แล้วก็หันไปทางท่านนายบัญชีใหญ่ ถามท่านว่า มีอะไรจะบอกไหม ท่านบอกว่าไม่มี จึงขอลาท่านไปเทวสภา

เมื่อไปถึงเห็นเทวดา นางฟ้า พรหม ทั้งหมดทุกชั้นนั่งเต็มเทวสภา จึงนั่งที่แท่นด้านหน้าพนมมือกล่าวคำขอบคุณทุกท่านที่เมตตาช่วยเหลือทุกอย่าง แม้การเงินที่จะใช้จ่ายท่านก็ช่วยเหลือหามาให้ (การดลใจให้คนมาทำบุญ) เมื่อเราพนมมือ ท่านก็พนมมือเหมือนกัน หลังจากนั้นเห็นทั้งหมดก้มกราบแล้วมองไปทางด้านหลังของผู้เขียน จึงหันหลังตามไปดู เห็นพระท่านมานั่งที่แท่นสูงสำหรับเทศน์ จึงหันหน้าไปกราบท่าน หลังจากนั้นก็ได้ยินเสียงพระท่านเทศน์ ท่านเทศน์สั้นๆว่า...

"บรรดาเทวดา นางฟ้า และพรหมทั้งหลาย จงอย่าเพลิดเพลินในความเป็นทิพย์ จนลืมจุติ (ตาย) ภายในไม่ช้านัก ทุกท่านก็ต้องจุติ แล้วก็ไปเกิดตามผลของกรรม ทุกท่านที่นั่งอยู่ที่นี่ ต่างก็มีบาปติดตัวกันคนละมากๆ ที่มาเกิดเป็นพรหม เทวดา นางฟ้า เพราะอาศัยบุญเล็กน้อย ที่ทำไว้ก่อนตายจากความเป็นมนุษย์ จิตนึกถึงบุญก่อนจึงมาสวรรค์ พรหมโลกได้ แต่จุติเมื่อไร บาปที่สั่งสมไว้ จะนำทุกท่านลงนรกเพื่อชำระหนี้บาปที่ทำไว้"

ท่านตรัสแล้วก็เอานิ้วชี้ลงต่ำ เห็นนรกมีไฟแดงฉาน สว่างรุ่งโรจน์ มีการลงโทษต่างๆน่าหวาดกลัว เมื่อมองไปที่พรหม เทวดา และนางฟ้าทุกองค์ เห็นมีภาพบาปมากมาย ชัดเจนแจ่มใส เมื่อมองดูตัวเอง ก็มีสภาพเหมือนกัน ชักเสียว พระท่านหันมาถามว่า ฤาษีมีบาปไหม...ก็กราบเรียนท่านไปว่า มีบาปมากกว่าพรหม เทวดา และนางฟ้าทั้งหมด ท่านถามว่ากลัวนรกไหม ก็กราบเรียนท่านว่า กลัวมาก ท่านยิ้มแล้วตรัสว่า ...."พรหม เทวดา นางฟ้าทั้งหมด ขณะนี้ทุกท่านอยู่ระหว่างกลางทางพระนิพพานแล้ว นับเริ่มต้นจากมนุษย์เป็นต้นทาง สวรรค์และพรหมอยู่กลางทาง พระนิพพานอยู่ไม่ห่าง ใกล้แค่นี้เอง" ท่านตรัสแล้วก็เอามือชี้ไปที่นิพพาน มองเห็นชัดเจนมาก วิมานไหนตั้งอยู่ตรงไหน พระอรหันต์ที่นิพพานไปแล้ว มีความเป็นอยู่แสนสุขอย่างไร เห็นชัด รู้ชัด เห็นพระนิพพานเลยพรหมขึ้นไปไม่มากเลย ต่อจากนั้นท่านก็ตรัสเป็นทำนองเตือนว่า...

"ท่านทั้งหลาย การหลบหลีกไม่ต้องตกอบายภูมิ มีนรกเป็นต้น เป็นของไม่ยาก...
1.ขอทุกท่านจงอย่าลืมความตาย จงคิดว่าความตายอาจจะมีกับเราเดี๋ยวนี้ไว้เสมอๆ
2.เคารพพระพุทธเจ้า พระธรรม พระอริยสงฆ์ ด้วยศรัทธาแท้ (ความจริงใจ)
3.มีศีลบริสุทธิ์เป็นปกติ...และ
4.เป็นกรณีพิเศษ ปฏิเสธการเกิดเป็นมนุษย์ เทวดา นางฟ้า และพรหมในชาติต่อๆไป ทุกท่านเห็นนิพพานแล้วตั้งใจไปพระนิพพานโดยเฉพาะ เท่านี้ทุกท่านจะหนีอบายภูมิพ้น และไปนิพพานได้ในที่สุด"


หลวงพ่อพระราชพรหมยาน
yutjoke.blogspot.com


เป็นอันว่าท่านเทศน์เฉพาะ อารมณ์ของพระโสดาบัน และ ตัดอวิชชา  ช่างง่ายเหลือเกิน ในที่สุดท่านก็หันมาถามว่า...ว่ายังไงฤาษี หายหนักใจหรือยัง กราบเรียนท่านโดยตรง ว่ายัง ท่านถามว่ามีอะไรข้องใจ กราบเรียนท่านว่า เวลานี้ยังเป็นมนุษย์ และเป็นมนุษย์ที่สร้างบาปเอาไว้มาก มองดูภาพแล้วก็บาปหนาเหลือเกิน เกรงว่าจะไม่ได้ไปนิพพาน แม้สวรรค์ก็ไม่แน่ใจว่าจะมาได้ ท่านถามว่า เคยไปเที่ยวนิพพานทุกวันใช่ไหม กราบเรียนท่านว่า ใช่ ท่านยิ้ม ไม่ตรัสอะไร แต่ท่านหันมาถามว่า คิดอะไรค้างไว้ 3 วันแล้ว กราบเรียนท่านตามความจริงที่คิดว่า......เอาไว้รออ่านตอนที่ 2 นะครับ

ที่มา : จากหนังสือ "รวมคำสอน หลวงพ่อพระราชพรหมยาน"

บทความจาก :
นำเสนอโดย :
http://dharmaishere.blogspot.com
https://www.facebook.com/kanlakraung1.sport
https://www.facebook.com/kanlakraung1.story




เดรัจฉาน...ทำบุญไม่ได้...แน่หรือ?...!!!

ถ้าบังเอิญ...ไปได้ฟังใครเขาพูดว่า สัตว์เดรัจฉานทำบุญไม่ได้นั้น...ไม่จริง!!!  ตัวอย่างเช่น " เอราวัณเทพบุตร " ท่านเป็นช้างของพระอินทร์ โดยในสมัยที่เป็นมาฆะมานพ ใช้แบกไม้ ดึงไม้ ลากไม้ เอาไปสร้างศาลาเป็นสาธารณะ ตายจากความเป็นช้างไปเกิดเป็นเทวดาบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์เทวโลก มีนามว่า " เอราวัณเทพบุตร "

โกตุหริกะ... คนยากจนหนีภัยโรคระบาดไปสู่บ้านกฎุมพี ขอข้าวเขากิน ท่านกฎุมพีให้คนรับใช้เอาอาหารมาให้ 2 ส่วน โดยเป็นของโกตุหริกะส่วนหนึ่งและภรรยาอีกส่วนหนึ่ง ภรรยาให้สามีคือ โกตุหริกะกินก่อนและเมื่อเห็นสามีกินหมดชามแล้วยังไม่พอ เธอก็ส่งส่วนของเธอให้กินอีก ขณะที่กินข้าวอยู่นั้น มีสุนัขตัวเมียที่ท่านกฎุมพีเลี้ยงไว้อย่างใกล้ชิด และท่านก็กำลังกินข้าวอยู่ โดยกินข้าวที่เรียกกันว่า "มธุปายาส" ซึ่งมีราคาแพงมาก ท่านได้แบ่งใส่จานให้หมาตัวเมียซึ่งกำลังหมอบอยู่ใกล้ๆท่าน  โกตุหริกะคิดในใจว่า หมาตัวนี้มันโชคดีกว่าเราซึ่งเป็นคนมาก คำว่าข้าวมธุปายาสแม้แต่เศษของเล็บข้ายังไม่เคยได้สัมผัส เขานึกในใจว่าหมาตัวนี้ช่างมีบุญเหลือเกิน พอข้าวหมดชามอาการของลมก็กำเริบขึ้น แสดงว่าอาหารไม่ย่อย สุดท้ายขาดใจตายลงในเวลานั้น  เมื่อเขาขาดใจตายไปแล้ว จิต หรือที่เรียกอีกอย่างว่า อทิสสมานกาย ไม่ได้ตายไปด้วย เมื่อลมหายใจหมดไปปั๊บ จิตมันก็ออกจากร่างเข้าสู่ครรภ์ของนางสุนัขทันที ไม่นานก็คลอดออกมาเป็นหมาโทน การที่ตายจากคนไปเกิดเป็นสุนัข สุนัขประเภทนี้จะรู้ภาษาคนได้ดีมาก

yutjoke.blogspot.com


องค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า ตรัสต่อไปว่า หลังจากที่เขาเกิดเป็นสุนัขแล้ว เป็นสุนัขแสนรู้ที่ท่านคหบดีรักมาก เวลาที่จะไปนิมนต์ พระปัจเจกพุทธเจ้า ก็นำสุนัขแสนรู้ตัวนี้ไปด้วย บางคราวก็ใช้สุนัขตัวนี้ไปนิมนต์แทน การนิมนต์ของสุนัขก็ใช้อาการ เห่าบ้าง หอนบ้าง เพื่อแสดงสัญญาณ จุดใดที่เคยเห็นท่านเศรษฐี คิดว่าจะมีสัตว์ร้ายอาศัยอยู่ จะตีพุ่มไม้ก่อนเพื่อให้มันหนีไป สุนัขตัวนี้ก็จำไว้ แล้วพอมีโอกาสได้ตามหลังท่านเศรษฐีไป เมื่อถึงบริเวณนั้นก็เห่าบ้าง หอนบ้าง เป็นการกระโชกให้สัตว์ร้ายนั้นหนีไป

ต่อมาเมื่อเวลาใกล้เข้าพรรษา พระปัจเจกพุทธเจ้า ก็ไปลาท่านคหบดี ขอไปจำพรรษาที่ภูเขาคันธมาส สุนัขตัวนี้มันรักพระปัจเจกพุทธเจ้ามาก มองดูพระปัจเจกพุทธเจ้าเหาะไป พอพ้นสายตาของมัน มันก็ขาดใจตายทันที พอดีกับวาระของชีวิตเข้ามาถึง อาศัยที่มีความเคารพรักจริงในพระปัจเจกพุทธเจ้า จึงบันดาลให้ไปเกิดเป็นเทวดาบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์เทวโลกมีนามว่า "โฆษกเทพบุตร"

"รวมความว่าสัตว์เดรัจฉานก็ทำบุญได้ เทวดาหรือ พรหมก็ทำบุญได้...!!!"



การใช้งาน Firewall/Mail Gateway (mxHero)...!!!

Firewall/Mail Gateway (mxHero)...คือ โปรแกรมที่ติดตั้งเอาไว้สำหรับเสริมสร้างความปลอดภัยให้กับระบบ สามารถตรวจสอบ email ทั้งขาเข้าและขาออก จากรีพอร์ตที่สามารถเปิดดูได้ตลอดเวลา นอกจากนี้ยังมีความสามารถด้านอื่นๆอีกพอสมควร สำหรับบริหารจัดการและการป้องกัน Mail System ของเราให้มีความสะดวกและปลอดภัยยิ่งขึ้น...สามารถเข้าดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.zimphony.com

http://www.zimphony.com
สำหรับบทความนี้ ผมจะขอยกตัวอย่างสัก 1 Apps เพื่อให้เห็นถึงประสิทธิภาพและความสามารถของเจ้า mxHero ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น...

Apps : ClamAv Antivirus

Apps ตัวนี้...จะทำหน้าที่ในการตรวจสอบ email ที่จะเข้ามาสู่ระบบ โดยจะทำการบล็อกและสแกนหาไวรัสอย่างละเอียด แล้วถ้ามีการตรวจพบก็จะทำการ Reject email ฉบับนั้นทันที...มาเริ่มกันเลยดีกว่า

รูปที่ 1. เลือก Apps : ClamAv Antivirus

จากรูปที่ 1. จะสังเกตเห็นว่ามี Apps ที่จะให้เราใช้ในการป้องกันระบบอยู่จำนวนหนึ่ง แต่ในที่นี้เราจะเลือก Apps ที่มีชื่อว่า "ClamAv Antivirus" เปิด Apps ตามกรอบสีแดง...จะได้ตาม รูปที่ 2.

รูปที่ 2
ซึ่งภายในกรอบสี่เหลี่ยมสีเขียวนั้นได้บรรยายเอาไว้ประมาณว่า : หลังจากที่คลิก ClamAv Antivirus จะได้ตาม รูปที่ 2. จากนั้นให้เลื่อนเมาส์ไปคลิกที่ "Add a new Rule" จะได้ผลลัพธ์ดัง รูปที่ 3

รูปที่ 3
ขั้นตอนที่ 1 ตั้งชื่อ : ClamAv Antivirus
ขั้นตอนที่ 2 : คลิกเลือกที่ Anyone
ขั้นตอนที่ 3 : คลิกเลือกที่โดเมนที่เราต้องการให้ปกป้องจาก email ใดๆ ( ใส่ชื่อโดเมนเข้าไป )

รูปที่ 4
ขั้นตอนที่ 4 : คลิก Save

เพียงเท่านี้ระบบของเราก็จะได้รับการปกป้อง หากว่าจะมี email ใดๆก็แล้วแต่ที่ต้องการจะส่งเข้ามาในระบบ mxHero จะทำการตรวจสอบให้โดยผ่าน Apps ที่ชื่อว่า "ClamAv Antivirus"...!!!

บทความจาก :